Monstrous (2022)

รีวิว Monstrous (2022) ซีรีส์ลึกลับจาก คูคโยฮวาน x ชินฮยอนบิน ไขปริศนาล้างอาถรรพ์พระพุทธรูปผีสิง

เตรียมท่องบทสวดคาถาปราบวิญญาณร้ายไปกับ Monstrous ผลงานออริจินอลซีรีส์เรื่องใหม่จาก TVING นำทีมโดยสองนักแสดงสายฝีมืออย่าง คูคโยฮวาน และ ชินฮยอนบิน ผนึกกำลังตามหาปริศนาเร้นลับ ลบคำสาปอาถรรพ์แห่งเศียรพระพุทธรูปสมัยราชวงศ์โครยอที่สร้างความหายนะแก่ผู้คน จะระทึกขวัญสั่นประสาทขนาดไหนชวนให้ไปพิสูจน์กันด้วยตาตัวเอง

ประเภท ลึกลับ ระทึกขวัญ ดราม่า
ผู้กำกับ จางกอนแจ
นักเขียนบท รยูยงแจ / ยอนซังโฮ
นำแสดงโดย คูคโยฮวาน / ชินฮยอนบิน / คิมจียอง / พัคโฮซาน / ควักดงยอน / นัมดารึม
จำนวน 6 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 30 นาที

เรื่องย่อ

ซีรีส์ ไขปริศนาล้างอาถรรพ์พระพุทธรูปผีสิงปิดฉากขึ้นเมื่อ ควอนจงซู (รับบทโดย พัคโฮซาน) นายอำเภอผู้ริเริ่มแผนปฏิรูปเศรษฐกิจในเขตจินยาง เริ่มจากการสั่งขุดเศียรพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่าพันปีมาสร้างเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทว่าหลังจากนั้นกลับเกิดหายนะร้ายแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็น เริ่มจากฝนสีดำที่เทกระหน่ำลงมาราวกับเหตุเตือนลางร้าย ฝูงอีกาที่บินโฉบเฉี่ยวจิกตีผู้คน มนุษย์ไม่สามารถควบคุมจิตใต้สำนึกได้จนหันมาเข่นฆ่ากันเอง คนที่ยังมีชีวิตรอดต่างหลบหนีอย่างโกลาหลจนต้องประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตภัยพิบัติและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกในทันที หนังซอมบี้

เหตุการณ์วิปลาสดังกล่าวร้อนถึงหู จองกีฮุน (รับบทโดย คูคโยฮวาน) นักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญด้านเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ เขาเริ่มไขปริศนาสุดพิศวงพร้อมกับพระนักบวชอีกสองรูป จนกระทั่งได้รู้ความจริงว่าอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นในอำเภอจินยางมาจากวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกผนึกไว้ในเศียรพระพุทธรูป ใครก็ตามที่จ้องเข้าไปยังนัยน์ตาของพระพุทธรูปองค์นั้นจะถูกวิญญาณร้ายนำทางไปสู่นรก ด้วยการรื้อฟื้นความเจ็บปวดในจิตใจจนต้องเผชิญหน้ากับความตาย จองกีฮุนจึงต้องเดินทางไปล้างอาถรรพ์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังต้องช่วยเหลือภรรยาอย่าง อีซูจิน (รับบทโดย ชินฮยอนบิน) ซึ่งติดอยู่ในภัยพิบัติดังกล่าวอีกด้วย

เป็นมินิซีรีส์ความยาว 6 ตอน ตอนละประมาณ 30 นาที สร้างสรรค์ขึ้นโดย จางกอนแจ ดีกรีผู้กำกับรางวัลแดซัง อีกทั้งยังได้ ยอนซังโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Train To Busan (2016) และ Peninsular (2020) จับมือกับ รยูยงแจ นักเขียนบทมากความสามารถที่เคยทำงานร่วมกันมาแล้ว นอกจากนั้นยังเคยผ่านการเขียนบทภาพยนตร์ Pied Piper (2016) ซีรีส์ My Holo Love (2020) รวมทั้งโปรเจกต์ใหญ่ที่เตรียมออนแอร์ทาง Netflix ในเดือนมิถุนายนนี้อย่าง Money Heist: Korea – Joint Economic Area (2022) ได้ยินชื่อทีมหลังกล้องก็พอจะกระตุกต่อมความอยากเข้าให้แล้ว แต่หลังจากรับชมไปแล้วจะดีจริงหรือจกตา ขอมารีวิวแบบจัดหนักจัดเต็มให้ได้รู้กัน ณ บัดนี้

ตั้งต้นด้วยพล็อตเรื่องดี น่าเสียดายที่หลายอย่างเคยเห็นมาแล้ว

ด้วยสรรพคุณของทีมผู้ผลิต อีกทั้งยังได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนซีรีส์ต่างประเทศเข้าฉายใน Cannes International Series Festival 2022 คำโฆษณาเหล่านี้จึงชวนเชื่อให้ตั้งหน้าตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แต่เมื่อได้ดูจบ 6 ตอนแล้วต้องบอกตามตรงว่าไม่สมการรอคอยและแอบผิดหวังอยู่เล็กน้อย แม้ Monstrous มีองค์ประกอบที่ทำได้ดี แต่ยังมีอีกหลายจุดที่ไม่น่าประทับใจ ออกหมัดหนักแต่กลับชกไม่เข้าเป้าเอาเสียดื้อ ๆ

เริ่มจากเนื้อหาสาระของเรื่องที่ต้องยอมรับว่าเจ๋งพอตัว นำสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติมาผสานเข้ากับความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ภายใต้หลักใหญ่ใจความอย่างการเสียดแทงบาดแผลที่อยู่ในก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยความผิดชอบชั่วดีปะปนกัน เป็นรสชาติที่ไม่ถึงกับแปลกใหม่แต่จะบอกว่าซ้ำซากก็ไม่เชิง พล็อตเรื่องทำนองนี้ยังคงขายได้ในซีรีส์ระทึกขวัญสไตล์เกาหลี มัดรวมทุกอารมณ์เข้าด้วยกันทั้งความลึกลับซับซ้อน กดดัน น่ากลัว และดราม่าชีวิตที่เป็นทางถนัดอยู่แล้ว ดูซีรี่ส์เกาหลี

แต่สิ่งที่ชวนตะหงิดใจไม่สมราคาชื่อชั้นของทีมผู้สร้างอยู่บ้าง กลับเป็นองค์ประกอบบางอย่างที่ระหว่างรับชมอาจทำให้นึกถึงภาพยนตร์หรือซีรีส์เรื่องอื่นที่เคยผ่านตา คอนเซปต์ที่ว่าเมื่อมองตาพระพุทธรูปแล้วจะทำให้เกิดอาถรรพ์ดันไปละม้ายคล้ายคลึงกับภาพยนตร์เรื่อง Bird Box (2018) ปฏิกิริยาของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปหลังวิญญาณร้ายสิงสู่ยังถอดแบบมาจากซีรีส์ Dark Hole (2021) ชนิดที่พูดได้เลยว่าเรื่องนี้วิปลาสเพราะจ้องตาเศียรพระ ส่วนอีกเรื่องบ้าคลั่งเพราะสูดควันพิษเข้าไป นอกเหนือจากนั้นยังนำเสนอได้เหมือนกันราวกับแกะ ความซ้ำซากจำเจที่ว่าจึงรบกวนความสนุกขึ้นมาโดยฉับพลัน

ปมตัวละครคือวัตถุดิบชั้นยอด แต่ขาดพื้นที่ให้นำเสนอไปถึงขั้นเยี่ยม

สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษใน Monstrous คือเรื่องราวของแต่ละตัวละคร ขอยกนิ้วให้ทีมเขียนบทที่หยิบเอาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมาร้อยเรียงได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นคู่สามีภรรยาที่ต้องสูญเสียลูกจากความประมาทเลินเล่อ แม่ที่เป็นตำรวจต้องตามจับลูกชายที่ทำผิดกฎหมายจราจนจนสร้างบาดแผลต่อกันและกัน รวมทั้งอีกหลายปมปัญหาซึ่งสะท้อนชีวิตมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

แต่จำนวนตอนและความยาวของซีรีส์ที่สั้นเกินไปกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ แทนที่เรื่องราวเหล่านี้จะเป็นมีดกรีดใจให้เราสามารถแตกสลายไปกับพวกเขาได้ แต่พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดกลับฉุดรั้งอารมณ์ร่วมของคนดูเอาไว้พอสมควร น่าเสียดายที่รวมนักแสดงมากฝีมือเอาไว้ล้นจอแต่ไม่สามารถสร้างภาพจำให้พวกเขาได้เลย หากซีรีส์สามารถขยายความยาวออกไปได้ตอนละ 1 ชั่วโมง น่าจะทำให้ความผูกพันระหว่างตัวละครกับผู้ชมแนบแน่นมากยิ่งขึ้น

เสียเวลาไปกับสิ่งไม่จำเป็น จนความโดดเด่นของเรื่องราวขาดหายไป

ต่อเนื่องจากปัญหาเรื่องระยะเวลาของ Monstrous ที่สั้นเกินไป ลำพังบีบอัดทุกอย่างเข้าด้วยกันแทบจะไม่เหลือที่ว่างให้เล่าสาระสำคัญของเรื่องได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่แล้ว แต่หลายฉากหลายตอนซีรีส์พยายามจะขายนักแสดงด้วยการยัดเยียดพฤติกรรมแปลกประหลาดมาให้ชวนหงุดหงิดอยู่พอสมควร โดยเฉพาะตัวละคร ควักยงจู (รับบทโดย ควักดงยอน) ที่ขยันสร้างปัญหาด้วยการโชว์พาวความเป็นขี้คุกท่ามกลางความเป็นความตายของคนอื่น ไหนจะเสียเวลาไปกับฉากต่อยตีของเขากับ ฮันโดกยอง (รับบทโดย นัมดารึม) อีกมากมายหลายนาที คู่นี้ได้ขายความสามารถทางการแสดงที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก แต่ไม่ได้มีความสลักสำคัญมากมายกับเส้นเรื่องหลักอยู่ดี

องค์ประกอบที่ไม่ค่อยจำเป็นเหล่านั้นจึงทำให้ความโดดเด่นของแก่นเรื่องขาดหายไปบางช่วงบางตอน อาถรรพ์ของพระพุทธรูปผีสิงทำให้ร้องว้าวได้เลยในช่วงต้นเรื่อง ถูกกลืนหายไปเพราะซีรีส์เริ่มเทน้ำหนักไปที่การทะเลาะเบาะแว้งของตัวละครที่ต้องมาอยู่รวมกันหลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจเป็นความตั้งใจที่จะเผยให้เห็นความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่สามารถเข่นฆ่ากันเองได้เพื่อเอาตัวรอด แต่ความตั้งใจนั้นไม่ได้สร้างความแปลกใหม่แต่อย่างใดเพราะเป็นมาตรฐานของซีรีส์สไตล์เอาตัวรอดที่หยิบมายำรวมกัน จนกระทั่งฉากสำคัญอย่างการล้างอาถรรพ์วิญญาณร้ายในตอนสุดท้ายกลับจืดชืดเบาบาง ไม่ได้สร้างความประทับใจแม้แต่น้อย

ภาพรวมของ Monstrous จึงเป็นซีรีส์ลึกลับแฝงความเชื่อทางศาสนาที่ทำได้ตามมาตรฐาน ไร้ลูกเล่นหักมุมผาดโผน บางอย่างเคยเห็นกันมาจนชินตา สามารถเล่าเรื่องออกมาได้เข้าใจง่าย ไม่ต้องตีความซับซ้อน แม้ความสนุกอาจเทียบไม่ได้กับซีรีส์ในหมวดหมู่ใกล้เคียงกันอย่าง The Cursed (2020) ด้วยปัญหาสำคัญคือจำนวนตอนและความยาวของซีรีส์ที่จำกัดไว้เพียง 6 ตอน แม้จะไม่สุดสักทางแต่สำหรับคอละครระทึกขวัญหากจะดูก็ไม่เสียหลาย สามารถรับชมฉบับบรรยายไทยถูกลิขสิทธิ์ได้แล้ววันนี้ทาง VIU ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เว็บไซต์ รวมทั้งทางกล่อง TrueID TV ได้ด้วยเช่นกัน