Rampant : ลุ้นระทึกจนหยดสุดท้าย

[รีวิว] Rampant หนังซอมบี้สไตล์ย้อนยุคเรื่องดัง ที่ต่อสู้กับเหล่าผีดิบด้วยคมดาบ

Rampant การมาของหนังซอมบี้ยุคพีเรียดเรื่องนี้ คงทำให้ใครหลายคนเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่นึกถึงหนังซอมบี้ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ให้วงการหนังแดนกิมจิเมื่อสองปีก่อนอย่าง Train to Busan ซึ่งในคราวนี้ ก็เหมือนกับกับการหยิบ Train to Busan เปลี่ยนบรรยากาศจากบนรถไฟมาคลั่งกันในวังแทน

เนื้อหาของ “นครนรก ซอมบี้คลั่ง” เป็นเรื่องราวในยุคสมัยโชซอน ภายใต้การดูแลของราชวงศ์ชิง ซึ่งองค์ชายกังลิม (ฮยอนบิน) โอรสคนเล็กเจ้าสำราญของกษัตริย์ ถูกพี่ชายเรียกตัวกลับมาที่โชซอนเพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์หลังจากมีความขัดแย้งภายในวัง นำโดยเสนาบดีคนสนิทของจักรพรรดิ์อย่าง คิม จาจุน (จางดงกอน) ที่ก่อกบฏและเบื้องลึกปรารถนาที่จะขึ้นครอบครองบัลลังก์พระราชาแห่งโซชอนคนใหม่ แต่ขณะที่กังลิมกลับมายังบ้านเกิด หารู้ไม่ว่า ที่เมืองแห่งนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ทำให้ชาวบ้านกลายเป็นซอมบี้

แน่นอนว่า นี่คือนี่คือหนังฟอร์มใหญ่ของเกาหลีในปีนี้ ซึ่งน่าดูตั้งแต่แคส ที่ดึงนักแสดงเบอร์ใหญ่ของวงการอย่าง ฮยอนบิน และ จางดงกอน มาปะทะกัน หนังซอมบี้

Rampant อาจเริ่มต้นได้ไม่หวือหวา โดยเฉพาะการปูที่มาที่ไปที่ทำให้ กังลิม มีเหตุต้องกลับมายังบ้านเกิด ซึ่งปูเรื่องค่อนข้างเนือย และยืดยาดไปนิด แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อชาวบ้านในเมืองโชซอนเริ่มถูกโรคระบาดและซอมบี้เริ่มปรากฏตัวขึ้น บรรยากาศของหนังถูกเปลี่ยนจากภาวะตึงเครียดการเมืองมาเป็นแอ็คชันทริลเลอร์ที่มีสีสันขึ้นมาทันที อีกทั้งเมือซอมบี้มาอาละวาดในยุคเกาหลีโบราณ ยุคที่ผู้คนยังไม่มีใครรู้จักโรคระบาดสุดประหลาดนี้ กรปรกับการเซ็ตฉากและเครื่องแต่งกายที่นำพาคนดูรู้สึกถึงเหล้าเก่าในขวดใหม่ ทำให้ Rampant ยิ่งน่าสนใจมาก เรียกว่าหนังติดเครื่องนำพาตัวเองส่งความกดดันบีบคั้นมาถึงคนดูเมื่อผ่านครึ่งชั่วโมงแรก

หนังทำได้ดีโดยเฉพาะในส่วนเกลี่ยบทบาทของ กังลิม และ คิม จาจุน ซึ่งทำคนดูหายใจไม่ทั่วท้องตลอดทั้งเรื่อง เรียกว่าเซอร์วิสฉากห้ำหั่นเท่ ๆ ของสองคนนี้มาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะ ฮยอนบิน นี่เท่ มีเสน่ห์มาก เรียกว่าไม่เป็นรอง กงยู ใน Train to Busan เลย ต้องยอมรับว่าฉากคอมโบ้ในช่วงครึ่งหลังที่ไล่ล่าหลบหนีซอมบี้นั้นทำได้ระทึกถึงใจ บวกกับโปรดักชันและซีจีที่ทำได้เนียนตามาก ๆ ตื่นเต้นลุ้นไม่ติดเก้าอี้จนหยดสุดท้าย อย่างไรก็ตาม จุดที่หนังน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นพาร์ทดราม่า ตรงนี้หนังให้ความสำคัญกับการปูความสัมพันธ์ของตัวละครน้อยไปนิด การสูญเสียระหว่างทางเลยไม่ถึงกับทำให้อินระดับบีบน้ำตาได้อย่างที่ควรและไม่ขยี้มากพอที่จะเป็นเหตุผลให้ กังลิม ลุกขึ้นมาปกป้องเมืองบ้านเกิด

แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าพูดถึงหนังสักเรื่องที่คุณจะเข้าไปมองหาความเอนเตอร์เทน มีพร้อมเสิร์ฟแน่นอน แม้ว่าจะยังไม่ถึงกับในเลเวลของ Train to Busan ก็ตาม ดูซีรี่ส์เกาหลี

รีวิว “นครนรก ซอมบี้คลั่ง”

ด้วยความที่เราดู “Train to Busan” และ “Kingdom” มาก่อนที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้ ต้องบอกก่อนเลยว่าเราต้องพยายามอย่างมากเลย ที่จะไม่ไปจำเนื้อเรื่องสับสนกับเรื่อง Kingdom คือเอาจริงๆ เนื้อเรื่องมันคล้ายๆกันเลยนะ โดยมันจะเป็น เรื่องราวขององค์ชายรัชทายาท ที่อยู่ในยุคโชซอนเหมือนกันเลย แถมยังมี พวกขุนนางเป็นตัวร้ายเหมือนกันอีกต่างหาก เอาเป็นว่าเรื่องนั้นช่างมันไปก่อน

เรามาคุยกัน ในส่วนของหนังเรื่อง “นครนรก ซอมบี้คลั่ง” กันดีกว่า คือความรู้สึกเรานะ เราว่าเนื้อเรื่องมันออกจะงงๆนิดหน่อย หรือเราเข้าไม่ถึงก็ไม่รู้นะ เรื่องของโรคระบาด ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้อ่ะ เราพอเข้าใจได้ แต่ที่ไม่เข้าใจเลยก็คือ ทำไม? หลังจากที่ตัวร้าย กลายร่างเป็นซอมบี้แล้ว ถึงยังมี สติสัมปชัญญะครบถ้วน ยังเจ้าเล่ห์ เจ้าวางแผน เหมือนตอนเป็นคนปกติ แถมยังไม่กัด ไม่ดูดเลือด พวกมนุษย์อีกด้วย แต่… ถ้าเรามองข้ามจุดด้อยข้อนี้ไปได้ มันก็เป็นหนังที่สนุกเรื่องหนึ่งเลยนะ ฉากบู๊ ฉากต่อสู้ต่าง ๆ ก็สามารถทำออกมา ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ที่สำคัญเลยนะ !! อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ นักแสดงนำของเรานั่นเอง มันคือ ฮยอนบิน สหายผู้กองของเรา นั่นเอง

ชื่อเรื่อง : “นครนรก ซอมบี้คลั่ง”

แนว : แอคชั่น ระทึกขวัญ

นักแสดงนำ : ฮยอนบิน , จางดงกอน , อีซอนบิน , คิมฮึยซอง , โจอูจิน , โจดัลฮวาน

ผู้เขียนบท : ฮวังโจยุน

ผู้กำกับ : คิมซองฮุน

ค่าย : Next Entertainment World

วันฉาย : 01 พฤศจิกายน 2018

เวลา : 2 ชั่วโมง 9 นาที

HIGHLIGHTS3 MINS. READ
Rampant นครนรก ซอมบี้คลั่ง เล่าเรื่องปัญหาในราชสำนักยุคโชซอน ที่บรรดาขุนนางพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อครองอำนาจสูงสุด โดยใช้การแพร่ระบาดของเชื้อซอมบี้เป็นอาวุธในการปฏิบัติภารกิจ
ฮยอนบิน ในบทองค์ชายกังลิม และ จางดงกอน ในบทเสนาบดีคิมจาจุน ที่ต้องต่อสู้กันแทบทั้งเรื่อง ทำได้ดีชนิดที่แบกทั้งเรื่องเอาไว้ เพราะแทบไม่มีตัวละครอื่นโดดเด่นเทียบรัศมีขึ้นมาได้เลย
ในภาพรวม Rampant เป็นภาพยนตร์ที่มีองค์ประกอบหลายอย่างน่าสนใจ และสามารถเรียกว่าเป็นภาพยนตร์ที่สนุกได้อย่างไม่ติดขัด เพียงแต่ด้วยความพยายามในการนำเสนอประเด็นที่หลากหลายจนเกินไป ทำให้พาร์ตบีบคั้นอารมณ์ที่ทีมผู้สร้างเคยทำได้ดีมากๆ ใน Train to Busan ลดลงไปมากพอสมควร