รีวิวซีรีส์ Zombie Detective | นักสืบซอมบี้กับวิธีเอาตัวรอดเพื่ออยู่ร่วมกับมนุษย์

Zombie Detective หากถามคอภาพยนตร์และซีรีส์เกาหลีว่าพล็อตเรื่องแบบไหนที่มาแรงที่สุดใน พ.ศ. นี้ คำตอบส่วนใหญ่น่าจะเทไปให้กับเนื้อเรื่องที่ใช้ ‘ซอมบี้’ เป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก มีใครเคยคิดเหมือนกันมั้ยว่าน่าเสียดายที่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่มักเล่าว่ามนุษย์เราจะทำยังไงให้หนีรอดจากเจ้าตัวร้ายอันน่าสยดสยอง น้อยนักที่จะมีสปอตไลต์ฉายไปยังสิ่งมีชีวิตที่ตายไปและถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างซอมบี้ อีกหนึ่งสิ่งที่อาจจะมีชีวิต มีหัวใจ และก็อยากอยู่รอดเช่นกัน

ถ้าใครเป็นหนึ่งในคนที่ไม่อยากฟังความข้างเดียวและจดจำแต่ภาพอันโหดร้ายสยดสยองของซอมบี้ เราขอแนะนำให้รู้จักซีรีส์เกาหลีที่จะเล่าเรื่องซอมบี้ในมุมที่ต่างออกไป เพราะนอกจากใส่แพตเทิร์นที่ซอมบี้ทุกตัวต้องมี ยังหยิบความคอมเมดี้ชามโต

และปรุงรสให้เข้มข้นขึ้นด้วยการสืบสวนอดีตของซอมบี้ที่เป็นตัวละครหลัก รวมๆ แล้ว ถือว่ากลมกล่อม หนักไปทางสนุกสนานเฮฮา จนรับประกันได้ว่าคุณจะรู้สึกรักและเอ็นดูซอมบี้มากขึ้นกว่าเดิม (ดูไปขำไปจนต้องรีบมาชวนให้ทุกคนได้หัวเราะไปด้วยกัน)

Zombie Detective เล่าเรื่องของชายลึกลับ (รับบทโดย ชเวจินฮยอก) ที่ตื่นขึ้นมากลางป่าลึกและพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพกึ่งกลางระหว่างมนุษย์กับคนตาย เขาจดจำตัวตนที่แท้จริงไม่ได้ และสิ่งที่ปลุกร่างกายที่ใกล้เคียงซากศพของเขาขึ้นมาก็คือสัญชาตญาณของผู้ล่า เพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตสำหรับเป็นอาหารมื้อต่อไป

แม้จะรู้ดีว่าเนื้อมนุษย์คือสุดยอดของอาหารที่ร่างกายปรารถนา แต่ชายลึกลับผู้นี้กลับยังมีสำนึกว่านั่นคือความผิดบาปครั้งใหญ่ เขาจึงเดินทางมุ่งหน้าไปในป่าที่ลึกเข้าไปเพื่อหลีกหนีจากมนุษย์ และประทังชีวิตด้วยเนื้อสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย ซึ่งในระหว่างนั้น คำถามที่ว่าเขาคือใครและมาเป็นซอมบี้ได้อย่างไรยังคงกวนใจอยู่เสมอ

เขาจึงวางแผนออกตามหาตัวตนที่แท้จริงในโลกมนุษย์ แต่เพื่อความแนบเนียน ซอมบี้ตัวนี้ต้องเข้าคอร์สติวเข้มวิชามนุษย์ 101 ทั้งฝึกเดิน วิ่ง พูด เขียน อ่าน และที่สำคัญ เขาต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ให้เผลอไปงับต้นคอมนุษย์ที่มีกลิ่นหอมหวานชวนหิวเข้าด้วย รีวิวหนังซอมบี้

เวลาผ่านไปนับปี ด้วยเหตุบังเอิญทำให้ซอมบี้ตัวนี้ไปเห็นเหตุฆาตกรรม ณ สุสานกลางป่า และเหยื่อในคราวนั้นคือ คิมมูยอง นักสืบมืออาชีพ ซอมบี้กลางป่าที่เริ่มชำนาญและพร้อมออกเผชิญโลกกว้าง จึงได้โอกาสสวมรอยเป็นนักสืบผู้ล่วงลับ และออกเดินทางสู่โลกมนุษย์ที่แท้จริง

จุดสนุกที่ 1 ของซีรีส์เรื่องนี้อยู่ตรงนี้เอง ลองนึกภาพตามเล่นๆ ว่า ซอมบี้ที่เราเคยเห็นในซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องอื่นมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูง วิ่งตามกับเป็นขบวน และมนุษย์เป็นฝ่ายต้องหลบซ่อนจากพวกมัน แต่ในมุมกลับกัน Zombie Detective ทำให้ซอมบี้เป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ต้องหลบซ่อนในสำนักงานนักสืบเพียงลำพัง กว่าจะออกไปข้างนอกได้ก็ต้องหาสารพัดวิธีอำพรางตัว ทั้งสวมเสื้อแขนยาว ใส่หมวก แม้กระทั่งปกปิดรอยแผลตามใบหน้าและร่างกายด้วยบีบีครีม หรือระงับกลิ่นกายด้วยสเปรย์ปรับอากาศก็มี บอกดังๆ ตรงนี้ว่าขั้นตอนปลอมตัวของเขาทำเอาหัวเราะจนเหนื่อย

โดยส่วนตัวคิดว่าฉากซอมบี้ปลอมตัวของเรื่องจะไม่ตลกและเป็นจุดสนใจได้มากขนาดนี้ถ้าคนที่แสดงไม่ใช่ ชเวจินฮยอก พระเอกที่หลายคนอาจจะชินภาพเป็นหนุ่มมาดนิ่งขรึมๆ บอกเลยว่ามาเรื่องนี้ชเวจินฮยอกได้สลัดภาพเหล่านั้นทิ้งไปเกือบหมด กลายเป็นซอมบี้ที่พยายามเป็นมนุษย์ได้น่ารักมาก ที่ว่าสลัดไปเกือบหมด เพราะยังมีบางตอนที่พระเอกหนุ่มคนนี้ยังฉายเสน่ห์ในแบบของตัวเองออกมา อย่างน้อยก็ตอนที่ใส่สูทตัวยาวและเก๊กท่าเป็นนักสืบเท่ๆ นั่นแหละ ><

ด้วยความที่เจ้าซอมบี้ของเราไม่ค่อยจะสันทัดการเป็นมนุษย์ เขาเลยต้องยืมมือ กงซอนจี (รับบทโดย พัคจูฮยอน) นักเขียนบทรายการโทรทัศน์แนวสืบสวนสอบสวนผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมมาช่วยกันไขคดี เพราะเธอมีประสบการณ์ในการทำคดีคนหายและชำนาญการหาข้อมูลทุกประเภท ประกอบกับซอมบี้ที่กลายมาเป็นนักสืบจำเป็นมีทักษะการดมกลิ่นมนุษย์เป็นเลิศ งานของพวกเขาจึงค่อยๆ ก้าวหน้าและพาให้คนทั้งคู่เข้าใกล้ความจริงที่กำลังตามหามากขึ้น

แม้การที่ซอมบี้คิมมูยองกับนักเขียนกงซอนจีมาร่วมมือกันจะเกิดเป็นทีมเวิร์กที่ไขได้ทุกคดี แต่อีกหนึ่งความหนักใจของคุณซอมบี้ คือการที่ต้องปิดบังตัวตนจากหญิงสาวที่สงสัยใคร่รู้ความจริงอยู่ตลอดเวลา และความยากลำดับถัดมา ที่กลายมาเป็นจุดสนุกที่สองก็เริ่มต้นขึ้น

แม้เขาจะใช้ชีวิตในคราบของนักสืบคิมมูยองและทำตัวกลมกลืนกับมนุษย์มากขนาดไหน แต่สัญชาตญาณนักล่าในตัวก็จะถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่อาจคาดเดาได้ และทุกครั้งที่เขาเริ่มออกล่า ภาพความทรงจำก่อนตายจะค่อยๆ ฉายขึ้นมา จนเขาสามารถปะติดปะต่อได้ว่า ตนถูกฆาตกรรมจากใครคนหนึ่ง และแล้ว ซีรีส์ก็จะค่อยๆ ปรับโหมดพาคุณไปสู่กลิ่นอายของการสืบสวนสอบสวน และไม่ลืมที่จะหยิบกิมมิกของความเป็นซอมบี้เป็นตัวละครหลักใส่เข้าไปด้วย

ส่วนอีกประเด็นที่เราว่าน่าจับตาของซีรีส์เรื่องนี้ ขอย้อนกลับไปที่ทักษะการดมกลิ่นของซอมบี้คิมมูยองที่พิเศษขนาดแยกได้ว่า หนึ่ง กลิ่นนั้นๆ เป็นของมนุษย์คนไหน มีกลิ่นแบบนี้เพราะวันที่ผ่านมาไปทำอะไรบ้าง และสอง กลิ่นของมนุษย์ผู้นั้นแสดงถึงอดีต ด้านมืด และจิตใต้สำนึกเช่นไร อย่างเช่น หญิงวัยกลางคนกับกลิ่นของทุนนิยมที่กลืนกินชีวิตและจิตใจเธอไปแล้ว

เราชอบตรงนี้เพราะเหมือนเป็นการมองมนุษย์ผ่านสายตาของอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง มนุษย์เราอาจจะรังเกียจซอมบี้ด้วยเชื่อว่าเป็นซากศพไม่มีสมอง ไม่มีหัวใจ แต่ซอมบี้เองก็ไม่ได้อยากมีชีวิตอันแสนลำบากเช่นเดียวกับมนุษย์ เหมือนกับประโยคที่ได้ยินจากซอมบี้คิมมูยองอยู่เสมอว่า “เป็นมนุษย์มันยากจริงๆ”

และก็แอบหวังเล็กๆ ว่า ถ้า Zombie Detective ยังคงเล่าเรื่องในประเด็นนี้ต่อไป เพื่อแสดงให้ผู้ชมเห็นอีกมุมมองของมนุษย์ผ่านสายตาซอมบี้ จะทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ครบรสและน่าติดตามมากขึ้น

Zombie Detective มีกำหนดออกอากาศให้ชมกันทั้งหมด 24 ตอน ซึ่งขณะที่เขียนรีวิวเรื่องนี้ เรื่องราวของนักสืบซอมบี้ดำเนินไปเพียงช่วงต้นเรื่องเท่านั้น (เปิดเรื่องด้วยความคอมเมดี้และเริ่มมีกลิ่นของการสืบสวนชัดเจนขึ้น) แต่อย่างที่บอกว่าด้วยเนื้อหาแปลกใหม่ครบรส ประกอบกับความสนุกสนานที่อยากให้คอซีรีส์ทุกคนได้สัมผัส จึงอยากรีบแนะนำให้รู้จักกับซีรีส์เรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่แน่ว่า คุณอาจจะหลงรักซอมบี้โดยไม่รู้ตัว!

พล็อตแปลกใหม่สายมุ้งมิ้ง


ใครคาดหวังว่าจะได้ดูซอมบี้สายโหด ร้องคำราม ไล่กัดกินเนื้อคน หลบไปเลยจ้ะ เรื่องนี้เป็นซอมบี้สีเทา ๆ ที่แค่เผลอตัวกินกระต่ายดิบเข้าไปยังตกใจเอง โปสเตอร์ดูน่ากลัวดีนะ แต่ขอโทษค่ะซอมบี้ของเราเป็นซอมบี้สายคุณธรรมและอ้างว้าง เป็นซอมบี้ความจำเสื่อมที่ต้องเอาชีวิตรอดด้วยการหาเงินมาซื้อเนื้อดิบประทังชีวิต และตามหาให้ได้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน เป็นซีรีส์คอมเมดี้ที่มีกลิ่นดราม่าอยู่ตุ ๆ

เปิดฉากมาด้วยปริศนาดำมืด และการปรากฏตัวของซอมบี้หน้าตาดีตนหนึ่ง โผล่ขึ้นมาจากกองขยะที่ถูกนำมาทิ้งไว้บนภูเขา มึนงงกับชีวิตอยู่พักหนึ่ง จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ตายได้ยังไงแล้วทำไมถึงฟื้นขึ้นมาในสภาพศพของเดินได้แบบนี้ แต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อมันฟื้นขึ้นมาแล้ว ถึงอยากตายซ้ำให้มันรู้แล้วรู้รอด ก็ไม่สามารถตายได้อีก แถมยังหิวหน้ามืดจนจับกระต่ายกินเป็นอาหาร

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาบอกกับตัวเองก็คือ เขาจะไม่ยอมเป็นซอมบี้ที่กินคนเป็นอันขาด เป็นซอมบี้มีจรรยาบรรณซะด้วยนะ มีความฮากรุบกริบปนตลกร้าย ที่ให้ซอมบี้ต้องใช้ความพยายามทำตัวให้เหมือนมนุษย์ให้ได้ เพื่อความอยู่รอดและเครื่องยึดเหนี่ยวที่ทำให้ซอมบี้ตนนี้มุ่งมั่นจนสามารถ พูด เดิน จนทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้อย่างที่มนุษย์ทำก็คือ ภาพของซุปเครื่องในที่นั่งจ้องมันอยู่ทุกวัน

เนื่องจากเป็นซอมบี้สายคอมเมดี้ เรื่องราวส่วนใหญ่ก็จะเป็นชีวิตของซอมบี้ที่จับพลัดจับผลู มาสวมรอยอยู่ในคราบของนักสืบชื่อ คิมมูยอง (ชเวจินฮยอก) ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาซื้อไก่ดิบ แม้แต่หากินกับเงินของเด็กซอมบี้ก็ยอม เป็นซอมบี้รักสะอาดที่ใส่ความฮามาตลอดทั้งเรื่อง เป็นความฮาเบา ๆ แบบน่ารักน่าหยิกปนน่าสงสาร จนได้ร่วมงานกับ กงซอนจี (พัคจูฮยอน) นักเขียนรายการสืบสวนทางโทรทัศน์ จนกลายเป็นคู่หูนักสืบ คนกับซอมบี้ ความน่าสนใจให้ตามต่อของเรื่องนี้อยูที่ การตามหาอดีตและการสืบคดีฆาตรกรรมที่ทำท่าว่า พ่อซอมบี้ขี้อายอาจเกี่ยวข้องในคดีนี้

บทมีความตลกร้ายที่อำพรางด้วยเรื่องเบาสมอง
ดูเอาฮาอย่างเดียวก็ขำกลิ้งกันได้เลย แถมจะร้องว่าพ่อคุณเอ้ยช่างน่าเอ็นดูอะไรอย่างนี้ บทบางช่วงบางตอนไม่มีเหตุผลรองรับใดใดได้ ไม่ต้องไปหามันค่ะ มันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่พล็อตนี้มันผุดขึ้นมาแล้วละ แต่ในความฮาต่าง ๆ ที่บทใส่เข้ามาเนื้อในมันคือตลกร้ายดี ๆ นี่เอง สมมติว่าเรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง ซอมบี้ตนนี้ก็น่าสงสารเป็นที่สุด เนื้อเรื่องเล่าถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยว และการพยายามจะมีชีวิต การเป็นคนไม่เหมือนคนที่พยายามซะเหลือเกินที่จะปกปิดรอยแผลเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น

การที่เราควรจะเห็นคุณค่าในตัวเอง หาข้อดีของตัวเองให้เจอและใช้มันให้เกิดประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เป็นเรื่องหนักหนา เศร้าสลดที่อำพรางไว้อย่างดีด้วยบทเบาสมอง ที่ใส่มาอย่างพร่าวพราวตลอดทั้งเรื่อง

เนื้อเรื่องซ่อนปมของอดีตที่ถูกกระทำและมีทีท่าว่าจะโยงไปถึงคดีใหญ่ที่ปิดไม่ลง จนเป็นเหตุให้เกิดการฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ยังไร้เบาะแสของฆาตรกร แฝงนัยของความจริงบนโลกที่เกิดขึ้นได้ เอาไว้ชัดเจนเลยว่า หน้าฉากของคนคนหนึ่ง ที่เราเห็นว่าเป็นคนดีและน่าสงสาร อาจไม่เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไป เรียกได้ว่าเข้มข้นและน่าติดตามขึ้นเรื่อง ๆ เป็นซีรีส์หลากอารมณ์ ดูแบบไม่ต้องคิดมากก็ขำ ๆ ไปกับชีวติของซอมบี้ผู้อาภัพ แต่ถ้าดูแบบคิดตามไปด้วย สาระมากมายแฝงอยู่ในเรื่องนี้ตลอดทั้งเรื่องเลยเชียวละ ดูซีรี่ส์เกาหลี

แทรกอารมณ์ด้วยภาพได้ดีมาก
ส่วนตัวแล้วชอบซีรีส์ที่มีการสื่อสารด้วยภาพเป็นพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้ใช้การสื่อสารด้วยภาพเป็นสำคัญซะด้วยสิ ในทุก ๆ ตอนจะมีการสื่อสารด้วยภาพพร้อมบทบรรยายที่ คิมมูยอง หรือซอมบี้ตัวดีของเรานี่แหละ บรรยายความรู้สึกของตัวเองออกมา คลอไปกับภาพของเรื่องราวต่าง ๆ ที่บอกเล่าเหตุการณ์ แทนความรู้สึกของพระเอก บางภาพอาจเรียกเสียงหัวเราะ จี้เส้น บางภาพดึงอารมณ์อ้างว้าง น่าเห็นใจ

ดูมา 5Ep แล้ว ชอบค่ะ ซีรีส์เรื่องนี้มีความกลมกล่อม ลงตัวในแบบแปลก ๆ อยู่หน่อย ๆ มีความฮาปนเศร้าที่ที่ตีคู่กันไปอย่างลืมตัว คือลืมไปเลยว่าเนื้อแท้จริง ๆ มันเศร้านะแต่เอาฮาเข้าข่มซะมากกว่า มีความจิกกัดสังคมสองหน้า สะท้อนค่านิยมความเชื่อที่งมงายในแบบติดตลก ความเพ้อฝันที่อาจกลายมาเป็นเรื่องจริงของพี่เขยนางเอก และอะไรอีกหลาย ๆ ที่ซีรีส์เรื่องนี้ซ่อนเอาไว้เป็นดราม่าที่น่าดู เพียงแค่เรามองหามันให้เจอ

Zombie Detective | 좀비탐정
แนว : คอมเมดี้ ดราม่า
กำกับ : ชิมแจฮยอน
เขียนบท : แบคอึนจิน
จำนวนตอน : 24
วัน-เวลาออนแอร์ : ทุกวันวันอาทิตย์ ซับไทยก่อนเกาหลี